swfupload.org6 เพลงคริสต์มาส ที่ประสบความสำเร็จที่สุดตลอดกาล

25 ธ.ค.66 – ในเทศกาลคริสต์มาส สิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนมักนึกถึงกันนอกจากซานต้าครอส และของขวัญ ก็คือเพลงคริสต์มาส ไม่ว่าคุณจะชอบไม่ชอบ เมื่อเข้าไปในหลาย ๆ ที่ เช่นห้างสรรพสินค้า ก็มักจะเปิดกระหน่ำให้เราเบื่อกันไปข้าง แต่อย่างไรก็ตามเพลงคริสต์มาสก็นับว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเทศกาลแห่งความสุขนี้

เพลงคริสต์มาส เริ่มมีขึ้นในศตวรรษที่ 5 ซึ่งผู้แต่งมีทั้งพระสงฆ์และฆราวาส เนื้อร้องเป็นภาษาละติน ลักษณะของเพลงเป็นแบบสง่าเน้นถึงความหมายของการเสด็จมาของพระเยซูเจ้า ต่อมาในศตวรรษที่ 12 ได้มีการแต่งในท่วงทำนองที่ร่าเริงสนุกสนานมากขึ้น เริ่มจากประเทศอิตาลี โดยนักบุญฟรังซิส อัสซีซี และนักบวชคณะฟรังซิสกัน เป็นผู้สนับสนุนให้มี เพลงคริสต์มาสแบบใหม่ เน้นถึงความชื่นชมยินดี ในโอกาส คริสมาสต์ เพลงเหล่านี้มีทั้งที่เป็นภาษาลาติน และภาษาพื้นเมือง ต่อมาในปี ค.ศ.1274 มีเพลงหนึ่งที่แต่งในสมัยนั้นและยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน คือ เพลง Oh Come และ เพลง All Ye Faithful และในศตวรรษที่ 19 เพลงคริสต์มาส ที่นิยมร้องมากที่สุด ซึ่งกลายเป็นเพลงที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก คือ เพลง Silent Night และ เพลง Holy Night

และในยุคปัจจุบันการออกอัลบั้มคริสต์มาสแทบจะเรียกว่าเป็นธรรมเนียมของศิลปินตะวันตกเลยก็ว่าได้ และนี่คือ 6 เพลง ที่เรียกได้ว่าเป็นเพลงคริสต์มาสที่ประสบความสำเร็จที่สุด

Bing Crosby, “White Christmas” (1947)

เพลงแรกจากนักร้อง นักแต่งเพลง นักแสดง ชาวอเมริกัน Bing Crosby โดยฝีมือการแต่งของ Irving Berlin นักแต่งเพลงชาวยิว – รัสเซียน อพยพ โดยเบอร์ลินแต่งเพลงนี้ในปี 1942 ก่อนที่ ครอสบี้จะนำเพลงนี้มาร้องประกอบภาพยนตร์เรื่อง Holiday Inn และดังเป็นพลุแตกในปี 1947 โดยเพลงนี้นับว่าเป็นหนึ่งในเพลงแห่งศตวรรษ ร่วมกับเพลง Over The Rainbow ของ Judy Garland เช่นเดียวกับการที่ได้รับการบันทึกในกินเนสเวิร์ลเรคคอร์ดว่าเป็นซิงเกิ้ลที่ขายดีที่สุดใน ศตวรรษ สำหรับความสำคัญอีกอย่างคือเพลงนี้เป็นเพลงที่ใช้ปลอบขวัญทหารอเมริกันตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง จนถึงสงครามเวียดนาม และเป็นการรำลึกถึงทหารหลายนายที่ไม่ได้กลับบ้านอีกด้วย ด้วยความเรียบง่ายของเพลงนี้ทำให้ White Christmas เข้าไปในจิตใจใครหลาย ๆ คน

Wham!, “Last Christmas” (1984)

เพลงจากดูโอชื่อดังแห่งทศวรรษ 80 จากเกาะอังกฤษ Wham! กลายเป็นเพลงที่แทบจะเปิดทุกคริสต์มาส แถมถูกนำไป Cover หลายร้อยหลายพันครั้ง (เพลงไทยก็มีทำนองคุ้น ๆ ) จุดกำเนิดของเพลงนี้ เกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ปี 1984 ระหว่างที่ จอร์จ ไมเคิล และแอนดรูว์ ริดจ์ลีย์ ไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ของไมเคิล หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเสร็จ ไมเคิลก็หายตัวไปบนห้องชั้นบนอยู่พักใหญ่ จากนั้นเขาลงมาชวนริดจ์ลีย์ขึ้นไปบนห้องนอนเก่าของเขาที่เก็บคีย์บอร์ดเอาไว้ และทั้งสองก็ร่วมแต่งเพลงกัน กลายเป็นเพลงป็อปที่ไม่น่ามีใครคิดว่าจะดังขนาดนี้ และเพลง “Last Christmas” ก็ถูกปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 1984 และกลายเป็นเพลงคริสต์มาสที่คนทั่วโลกนิยมเปิดและมีศิลปินหลายคนนำไปคัฟเวอร์เป็นประจำทุกปี จนถึงตอนนี้ก็มียอดขายกว่า 1.88 ล้านก๊อปปี้ แม้แกนหลักและนักร้องนำอย่าง จอร์จ ไมเคิล จะจากพวกเราไปเมื่อปี 2016 ทิ้งบทเพลงที่แสนไพเราะของเขาไว้ เช่นเดียวกับเพลงนี้ให้เราได้ฟังกันทุกคริสต์มาสตลอดไป

Nat King Cole, “The Christmas Song (Merry Christmas to You)” (1961)

บทเพลงจากนักร้องสแตนดาร์ดแจ๊ส ชื่อดังที่สุดของสหรัฐฯ ด้วยเสียงอันอบอุ่น ละฝีมือการบรรเลงของวงแจ๊ส 3 ชิ้น The King Cole Trio โดยเพลงนี้เป็นฝีมือการแต่งของ Robert Wells และ Mel Tormé และเรียบเรียงโดยตัวของเน็ท คิง โคล เอง โดย โคลบันทึกเพลงนี้ทั้งหมดสามครั้งคือในปี 1946 1953 และทำเป็นสเตอริโอในปี 1961 โดยเพลงนี้ก็เช่นกันถูกนำมา Cover มากมายหลายหนจากทั้งศิลปินในอดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น ไมเคิล บูเบล์ คริสติน่า อากีเลร่า เดอะ คาเพนเตอร์ เป็นต้น

อ่านด้วย : ย้อนดูเรตติ้ง “พรหมลิขิต” แม้จะโดนด่า! แต่ก็คว้าเรตติ้งละครสูงสุดประจำปี 66 ไปครอง

Darlene Love, “Christmas (Baby Please Come Home)” (1963)

คริสต์มาสก็เช่นเดียวกับเทศกาลต่าง ๆ ทั่วโลก ที่มักจะมีลูกหลาน คนรักที่ต้องไปทำงานต่างแดน ซึ่งพอถึงหน้าเทศกาลทุกคนก็จะกลับมาพบหน้ากันอีกครั้งในรอบปี เช่นเดียวกับคนที่ไม่ได้กลับมาไม่ว่าเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ก็มีคนที่บ้านรอเช่นกัน เพลงนี้ก็เช่นเดียวกัน เป็นเนื้อหาของคนที่รอ โดยเพลงนี้ขับร้องโดย Darlene Love ในปี 1963 ในอัลบั้ม A Christmas Gift for You from Phil Spector เช่นเดียวกันเพลงนี้ก็ได้ Cover ไปโดยหลายศิลปิน หนึ่งในนั้นคือเจ้าแม่เพลงคริสต์มาสอย่าง มารายย์ แครี่ อีกด้วย

Mariah Carey, “All I Want For Christmas Is You” (1994)

พูดถึงเพลงคริสต์มาสคงจะขาดเพลงนี้ไปไม่ได้ ซึ่งก็อย่างที่รู้เปิดทุกที่ จนแทบเรียกว่ายัดเยียดก็เป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่อาจปฎิเสธได้ว่านี่คือเพลงคริสต์มาสที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด เฉพาะ Youtube ก็เกือบจะ 800 ล้านวิวเข้าไปแล้ว โดยเจ้าแม่เพลงคริสต์มาสอย่างมารายย์ แครี่ โดยเพลงนี้ออกมาในปี 1994 ในอัลบั้ม Merry Christmas อัลบั้มเพลงคริสต์มาสของมารายย์ โดยนับตั้งแต่ปี 2008 ถึงปัจจุบันเพลงนี้ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ตลอดมา จนมารายย์ได้ฉายาเป็น “ราชีนีแห่งเพลงคริสต์มาส” จนกระทั่งถูกล้มแชมป์ในปีนี้

Brenda Lee Rockin’ Around the Christmas Tree (1958)

แชมป์บนชาร์ตบิลบอร์ดอย่างเหนียวแน่นมาหลายปีติดอย่าง All I Want for Christmas Is You ของ Mariah Carey ร่วงลงไปอยู่อันดับที่สองอย่างน่าประหลาดใจ โดยพ่ายให้กับเพลงคลาสสิกในช่วงวันหยุดของศิลปินนักร้องวัย 78 ปี นามว่า Brenda Lee ที่สามารถทำลายสถิติ ขึ้นถึงจุดสูงสุดของชาร์ต Billboard Hot 100 ได้สำเร็จ กับเพลง Rockin’ Around The Christmas Tree ซึ่งถูกปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 1958 และใช้เวลากว่า 65 ปีกว่าจะขึ้นมาอันดับ 1 เพลง Rockin’ Around the Christmas Tree นับเป็นเพลคริสต์มาสเพลงแรกที่ขึ้นอันดับ 1 ใน Hot 100 เหนือเพลง “All I Want for Christmas Is You” ของ Mariah Carey ซึ่งครองชาร์ตทุกเทศกาลวันหยุดที่เริ่มต้นในปี 2019 เป็นต้นมาได้สำเร็จ อีกทั้งยังเป็นเพลงที่เก่าแก่ที่สุดที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตได้อีกด้วย โดยทางบิลบอร์ดได้รายงานว่า เพลง Rockin’ Around the Christmas Tree ขึ้นสู่จุดสูงสุดของชาร์ตในรอบ 65 ปีหลังการเปิดตัว ทำลายสถิติที่เพลงของมารายห์อย่างเพลง All I Want for Christmas Is You ที่สามารถขึ้นอันดับ 1 ได้ในรอบ 25 ปีหลังจากเผยแพร่

นับเป็น 6 เพลงคริสต์มาสที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคปัจจุบัน ซึ่งหวังว่าทุกท่านจะมีความสุขกับบทเพลงคริสต์มาสในวันที่อากาศเป็นใจแบบนี้ครับ

By admin

Related Post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *